สงครามเวียดนาม

หลังจากตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 19 ชาวเวียดนามได้พยายามดิ้นรนที่จะเป็นเอกราชจากการปกครองของชาวผิวขาวมาโดยตลอด จวบจนเมื่อสงครามโลกครั้งที่2 สิ้นสุดลง การดิ้นรนเพื่อความเป็นเอกราชก็ยกระดับเข้าสู่สงครามเต็มตัว

กองทัพฝรั่งเศสพยายามรักษาที่มั่นของตนในอินโดจีนอย่างสุดกำลัง และเวียดนามก็คือปัญหาใหญ่ต่อความมั่นคงของอำนาจฝรั่งเศสในอินโดจีน

 

ทั้งนี้นับแต่กองกำลังกู้ชาติของเวียดนามประกาศสงครามกับฝรั่งเศส ในวันที่ 19 ธันวาคม ปี ค.ศ. 1946 สถานการณ์สู้รบระหว่างสองฝ่ายก็ดำเนินมาอย่างรุนแรง ทว่าฝรั่งเศสได้ตกเป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำมาโดยตลอดจนสูญเสียดินแดนส่วนใหญ่ทางเหนือของเวียดนามให้กับฝ่ายกู้ชาติ

ความพยายามสุดท้ายของฝรั่งเศสที่จะเอาชนะกองกำลังกู้ชาติของเวียดนามเกิดขึ้นที่ เมืองเดียนเบียนฟู ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม ซึ่งหากฝรั่งเศสเอาชนะในการบครั้งนี้ได้ ก็จะสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบได้

นายพล นาวาร์ แม่ทัพฝรั่งเศสได้รวบรวมกำลังพลถึง 22 กองพล พร้อมอาวุธหนักและเฮลิคอปเตอร์ติดปืนกล เข้าประจำฐานที่มั่นในเดียนเบียนฟู โดยอาวุธจำนวนมากได้รับการสนับสนุนมาจากรัฐบาลอเมริกันพันธมิตรของตน

ในเวลานั้นกองทัพกู้ชาติเวียดนามซึ่งได้รับความช่วยเหลือด้านอาวุธและเสบียงจากจีนคอมมิวนิสต์ ได้เคลื่อนกำลังเข้าโจมตีที่มั่นของฝรั่งเศส โดยกองกำลังผสมของเวียดนามและจีนได้ส่งทหารหน่วยปืนใหญ่ขึ้นไปบนเขา จากนั้นในวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 1954 การรบก็เริ่มขึ้น และดำเนินต่อเนื่องอย่างดุเดือดถึง 55 วัน จนถึงวันที่ 7 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 1954  เดียนเบียนฟูก็แตก

ความพ่ายแพ้ที่เดียนเบียนฟู ทำให้ฝรั่งเศสสูญเสียอำนาจทางทหารในเวียดนามไปจนหมด ทางรัฐบาลฝรั่งเศสจึงยอมเปิดการเจรจากับโฮจิมินห์ที่กรุงเจนีวา ในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1954

ในการประชุมที่เจนีวา มีตัวแทนเข้าร่วมประชุมจาก 9 ประเทศด้วยกัน คือ ฝ่ายเวียดนามเหนือ ลาว กัมพูชา จีน โซเวียต ฝรั่งเศส อังกฤษ อเมริกา และ ตัวแทนจากจักรพรรดิเบาได๋ของเวียดนามใต้ ทว่าในการประชุมครั้งแรกนั้น ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจาก นาย อัลแลน ดัลเลส ตัวแทนจากสหรัฐ ได้คัดค้านการที่จะให้เวียตนามได้รับเอกราชอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จึงทำให้การประชุมเกิดความยากลำบากขึ้น

ต่อมาในวันที่ 8 มิถุนายน ฝ่ายของโฮจิมินห์ได้ยื่นข้อเสนอที่ผ่อนปรนต่อที่ประชุม โดยทางเวียดนามเหนือจะยอมให้เวียดนามแยกเป็นเหนือและใต้ในระยะชั่วคราว ทั้งๆ ที่ในเวลานั้น ฝ่ายเวียดนามเหนือสามารถครอบครองดินแดนได้ถึง 3 ใน 4 ของทั้งประเทศ ทั้งนี้เงื่อนไขผ่อนปรนดังกล่าวมีอยู่ว่า เวียดนามจะแบ่งเป็นสองส่วนโดยใช้เส้นขนานที่ 17 เป็นเส้นแบ่ง แต่ไม่ถือว่าการแบ่งครั้งนี้ เป็นการแยกประเทศอย่างถาวร จากนั้นภายในสองปีจะมีการกำหนดให้เลือกตั้งทั่วประเทศเพื่อความเป็นเอกภาพของเวียดนาม และภายในระยะเวลาก่อนการเลือกตั้งนั้น ทั้งเวียดนามเหนือและใต้จะต้องไม่เข้าเป็นสมาชิกขององค์การระหว่างประเทศใดๆ หรือ ยอมรับความช่วยเหลือทางการทหารจากต่างประเทศ

ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายที่เข้าร่วมประชุม ยกเว้น ฝ่ายของจักรพรรดิเบาได๋ และสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ดี ทางสหรัฐได้ประกาศรับรองว่า จะไม่ทำการใดๆ ในอันที่จะทำลายข้อตกลงนี้

ทว่าเมื่อถึงวันที่ 20 กรกฏาคม ค.ศ. 1955 ซึ่งตามข้อตกลงเวนีวานั้น จะมีการเจรจากันเพื่อกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป และรวมเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้เข้าเป็นประเทศเดียวกัน ทว่า โงดินเดียมห์ นายกรัฐมนตรีของเวียดนามใต้ ได้ปฎิเสธการเจรจาโดยมีอเมริกาให้การหนุนหลังอย่างออกหน้า จากนั้นในเดือนตุลาคม ปีเดียวกันนั้น โงดินเดียมห์ก็ขับไล่จักรพรรดิเบาได๋ออกนอกประเทศและตั้งตนเป็นประธานาธิบดีของเวียดนามใต้ พร้อมกันนั้นก็เร่งสร้างกองทัพและสะสมอาวุธ โดยได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จากสหรัฐอเมริกา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ชาวเวียดนามจำนวนมากในเวียดนามใต้ไม่พอใจและทำการคัดค้าน ทว่า โงดินเดียมห์ ได้ปราบปรามผู้ต่อต้านอย่างรุนแรง มีประชาชนถูกสังหารไปนับหมื่น ซึ่งทางเวียตนามเหนือก็ได้ประท้วงการกระทำของฝ่ายเวียดนามใต้อย่างแข็งขัน แต่ก็ไม่เป็นผล ดังนั้นประชาชนเวียดนามใต้จึงตั้งแนวร่วมปลดปล่อยประชาชาติเวียดนามขึ้นและจัดตั้งกองทหารเพื่อป้องกันตัวเองจากอำนาจรัฐและดำเนินการต่อสู้กับรัฐบาลของโงดินเดียมห์ ในวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 1960 ซึ่งฝ่ายตะวันตกเรียกแนวร่วมเหล่านี้ว่า ”เวียดกง” จากนั้น สงครามเวียดนาม ก็ระเบิดขึ้น โดยฝ่ายเวียดนามเหนือตัดสินใจใช้กำลังทหารทำสงครามเพื่อรวมประเทศเข้าด้วยกัน

ในปี ค.ศ. 1961 เนื่องจากทราบว่า เวียดนามเหนือซึ่งโน้มเอียงไปทางฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้รับความช่วยเหลือจากจีนและโซเวียต สหรัฐอเมริกาจึงได้เพิ่มความช่วยเหลือทางทหารให้กับเวียดนามใต้อีกหลายเท่า ทำให้การสู้รบในเวียดนามดุเดือดรุนแรงยิ่งขึ้น

ภายใต้การปกครองของโงดินเดียมห์ การฉ้อราษฎรบังหลวงได้เป็นไปอย่างกว้างขวาง ทั้งยังมีตำรวจลับของรัฐบาลที่คอยคุกคามความปลอดภัยของประชาชน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและทุกข์ยากจนไม่อาจทนได้ กาประท้วงอย่างรุนแรงขยายวงไปทั่ว มีผู้ประท้วงโดยการเผาตัวตายหลายต่อหลายคน

ขณะเดียวกันทางสหรัฐเองก็เริ่มไม่พอใจในการปกครองของ โงดินเดียมห์ ที่นับวันจะไร้ประสิทธิภาพ และไม่ส่งผลดีต่อการทำสงครามต่อต้านฝ่ายคอมมิวนิสต์ ดังนั้นในปี ค.ศ. 1963 ประธานาธิบดี จอห์น เอฟเคนเนดี้ ของสหรัฐจึงให้ฝ่ายทหารของเวียดนามใต้ทำการรัฐประหาร โค่นรัฐบาลโงดินเดียมห์ลง จากนั้นฝ่ายก่อการก็สังหารโงดินเดียมห์เสียในปีเดียวกัน

นับแต่นั้นมา อำนาจการปกครองเวียดนามใต้ก็อยู่ในมือของคณะนายทหารภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐ พร้อมๆ กับสงครามทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยสหรัฐได้เพิ่มการช่วยเหลือทางทหารให้แก่เวียตนามใต้และส่งกองบินทิ้งระเบิดไปโจมตีเวียดนามเหนือและเขตยึดครองของฝ่ายเวียตกงในเวียดนามใต้ นอกจากนี้ สภาคองเกรสยังมีมติให้ส่งหน่วยนาวิกโยธินขึ้นบกที่เวียดนามใต้และเข้าร่วมรบโดยตรง จนในที่สุดก็มีกองทหารสหรัฐทำการรบในเวียตนามมากถึง 540,000 คน

ระหว่างที่สงครามดำเนินไปนั้น กองกำลังของเวียดนามเหนือ และ เวียดกงบางส่วนได้เข้าไปตั้งมั่นระหว่างพรมแดนเวียดนามกับกัมพูชาและลาว ทำให้สงครามขยายเขตเข้าไปในสองประเทศนี้ด้วย ซึ่งในช่วงปลาย ของสงครามเวียดนาม กองบินทิ้งระเบิดสหรัฐได้ระดมทิ้งระเบิดในเขตภาคเหนือของลาวและบริเวณพรมแดนเวียดนามกับกัมพูชาอย่างหนัก เพื่อสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงของฝ่ายคอมมิวนิสต์ แต่ก็ได้ผลสำเร็จไม่มากนัก

ในเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 1968 กองทัพเวียดนามเหนือและกองกำลัง เวียดกงได้ทำการรุกใหญ่ โดยเข้าโจมตีเมืองต่างๆ ทั่วเวียดนามใต้ รวมทั้งกรุงไซง่อนไปพร้อมๆ กัน ทว่าภายในไม่กี่สัปดาห์ กองทัพฝ่ายคอมมิวนิสต์ก็ถูกผลักดันให้ถอยกลับพร้อมกับสูญเสียกำลังพลไปเป็นจำนวนมหาศาล

อย่างไรก็ตาม แม้ฝ่ายเวียดนามเหนือจะพ่ายแพ้ในครั้งนี้ ทว่าการรุกใหญ่ในปี ค.ศ. 1968 ก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนของสงครามเนื่องจากฝ่ายสหรัฐเริ่มผลักภาระการทำสงครามให้กับกองทัพเวียดนามใต้

ใน ปี.ค.ศ. 1969 ประธานาธิบดี โฮจิมินห์ ผู้นำฝ่ายเวียดนามเหนือได้ถึงแก่อสัญกรรมและเมื่อถึง ปี ค.ศ.1973 กองทหารสหรัฐกลุ่มสุดท้ายก็ถอนกำลังออกจากเวียดนามใต้ ทว่าสงครามเวียดนามยังดำเนินต่อมาอีกสองปี

จนกระทั่งกองทัพเวียดนามเหนือและกองกำลังเวียดกงยกพลเข้ายึดกรุงไซง่อน เมืองหลวงของเวียดนามใต้ ได้ในเดือน เมษายน ปี ค.ศ. 1975 สงครามเวียดนาม ก็สิ้นสุดลง

 

ข้อคิดที่ได้   ความอดทนและพยายามจะทำให้ได้รับเอกราช

แหล่งที่มา   www.komkid.com

By chatchanan10425

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s